LiveZilla Live Help

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

 
Reply to this topicStart new topic
ปัญหาแรงงาน กับการปรับตัวในภาคก่อสร้าง 2, 01-07-2557
support
โพสต์ Jul 1 2014, 09:25 AM
โพสต์ #1


Advanced Member
***

กลุ่ม : Administrators
โพสต์ : 691
เป็นสมาชิกเมื่อ : 26-January 12
หมายเลขสมาชิก : 7



แรงงานต่างด้าว ในไซต์ก่อสร้าง ถูกหรือผิดกฎหมาย และทำไมมีแต่ปัญหา

... ปัญหาแรงงานต่างด้าวที่เข้าเมืองมาอย่างผิดกฎหมายเป็นปัญหาเรื้อรังที่สะสมมานาน ในวงการก่อสร้างและ
อสังหาริมทรัพย์ เจอปัญหาอย่างหนัก ในช่วงปี 55 หลังจากที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ จึงทำให้แรงงานคนไทย
อพยพย้ายกลับถิ่นฐานบ้านเกิด จนทำให้ไซต์งานก่อสร้าง ต้องเจอปัญหาแรงงานอย่างหนัก

... ล่าสุดปัญหาแรงงานต่างด้าว ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง เนื่องจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) มีนโยบาย
เดินหน้าจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว จึงทำให้แรงงานต่างด้าวที่เข้าเมืองมาอย่างผิดกฎหมาย อพยพกันกลับประเทศ
โดยเฉพาะแรงงานชาวกัมพูชา ที่อพยพกลับไปแล้วกว่า 1.5 แสนคน ไม่ว่าแรงงานที่เข้ามาถูก หรือผิดกฎหมาย
ล้วนแล้วแต่สร้างปัญหาให้กับนายจ้างทั้งนั้น

... ตัวเลขล่าสุด จาก “สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว” สังกัดกระทรวงแรงงาน สำรวจในปี 2555 พบว่ามีแรงงาน
ต่างด้าวในประเทศไทย มากถึง 1,133,851คน ถูกกฎหมาย 940,531 คน ผิดกฎหมาย 193,320 คน ส่วนมาก
80–90% เป็นแรงงานจากประเทศลาว เมียนมาร์ และกัมพูชา เมื่อเจาะลึกลงไปพบว่า แรงงานจาก 3 ประเทศ ที่
กล่าวมาข้างต้น เป็นแรงงานที่ผิดกฎหมาย ถึง167,881 คน

... โดยพบว่า ภาคการก่อสร้าง ใช้แรงงานผิดกฎหมายมากที่สุด รวม 42,936 คน แบ่งเป็นกิจการก่อสร้าง 39,601 คน ผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง 3,325 คน รองลงมาคือภาคเกษตรและปศุสัตว์, บริการต่างๆ และ
จำหน่ายอาคารและเครื่องดื่ม ตามลำดับ


Go to the top of the page
 
+Quote Post
support
โพสต์ Jul 1 2014, 09:40 AM
โพสต์ #2


Advanced Member
***

กลุ่ม : Administrators
โพสต์ : 691
เป็นสมาชิกเมื่อ : 26-January 12
หมายเลขสมาชิก : 7



ต่อ...

ส่วนเหตุผลที่ว่า ภาคก่อสร้าง ใช้แรงงานผิดกฎหมายมากที่สุด น่าจะมาจากสาเหตุ กระบวนการขึ้นทะเบียนแรงงาน
ต่างด้าวถูกกฎหมายนั้น มีรายละเอียดที่เป็นอุปสรรคต่างมากมาย

- ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยแล้วประมาณ 2 หมื่นบาทต่อคน ก็จะประกอบไปด้วย ค่าหัวคิวนายหน้า ค่าทำพาสปอร์ต
ค่าตรวจโรค ค่าเดินทาง ค่าขึ้นทะเบียน เป็นต้น ถ้าหากคำนวณจากค่าใช้จ่ายแล้ว ถ้าเป็นไซต์งานก่อสร้างบ้าน
จัดสรรหากเป็นโครงการใหญ่ต้องใช้แรงงานต่างด้าว 100 คน คนละ 20,000 บาท ก็จะเท่ากับมีค่าใช้จ่าย
1 ล้านบาท แต่ถ้าหากเป็นโครงการคอนโดมิเนียมไฮไรส์สูงกว่า 20 ชั้น ที่มีหลายๆ ไซต์ อาจต้องใช้แรงงาน
ถึง 1 พันคน ในบางครั้งนายหน้าอาจเรียกเก็บค่าหัวคิวเพิ่มจากแรงงานอีกโดยหักจากเงินเดือน ทำให้แรงงาน
ส่วนใหญ่ไม่อยากขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง

- ปัญหาการดึงตัวแรงงาน เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเรื่อยๆ ในวงการอสังหาฯ ถ้าผู้รับเหมาหรือผู้ประกอบการลงทุน
ขึ้นทะเบียนต่อคน คนละ 2 หมื่นบาท แต่มาทำงานได้แค่ 1 – 2 เดือน ก็ถูกแย่งตัวไปแบบไม่บอกกล่าว
ทำให้ไม่คุ้มที่จะขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว

หากถามว่าไม่พึ่ง นายหน้า ได้ไหม เพื่อลดค่าใช้จ่าย ตอบว่า ได้ แต่ไม่นิยมที่จะทำกัน เพราะเอกชนไม่รู้
ช่องทางที่จะเข้าถึงตัวแรงงานต่างด้าว และก็ไม่สามารถสื่อสารภาษาของแรงงานต่างด้าวได้

ในขณะเดียวกันก็มีแรงงานบางส่วน ถึงอยากจะขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็ไม่สามารถทำได้
ปัญหาอยู่ตรงที่ว่าไม่สามารถพิสูจน์สัญชาติได้ จึงทำให้ไม่มีหลักฐานที่จะมาแสดงตน

ประเด็นที่สำคัญที่ทำให้ ภาคก่อสร้าง ใช้แรงงานผิดกฎหมาย โดยที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้คือ ข้อบังคับที่ว่า
เมื่อแรงงานขึ้นทะเบียนแล้วต้องทำงานภายในเขตพื้นที่ หรืออำเภอที่ขอขึ้นทะเบียนไว้เท่านั้น

โดยหลักการขึ้นทะเบียน จะต้องแจ้งชื่อ สังกัดที่ทำงาน และเขตพื้นที่ทำงาน แต่ในส่วนของงานก่อสร้าง
เป็นงานที่จ้องย้ายไซต์ก่อสร้างใหม่อยู่เรื่อย ๆ ไม่ได้ทำงานอยู่กับที่เหมือนงานในโรงงานอุตสาหกรรม
ในบางครั้ง ก็เกิดปัญหาจากแคมป์ที่พักของคนงานไม่ได้อยู่ในพื้นที่เดียวกับไซต์ก่อสร้าง ทำให้ในระหว่าง
เดินทางอาจถูกเรียกตรวจ ถ้าเจ้าหน้าที่พบก็ถือว่าเป็นความผิดแล้ว ขณะนี้ถ้าจะขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง เมื่อ
ย้ายสถานที่ทำงานใหม่ไปปอยู่อีกเขตหนึ่ง ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพื่อขออนุญาตอีกครั้ง จึงกลายข้อจำกัด
ว่าทำไมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายถึงยังได้มีอยู่มากมายถึงขนาดนี้


- ปัญหาหัวคิว – เงินใต้โต๊ะ เป็นปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือ ค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็น ซึ่งแรงงานต่างด้าวที่เข้ามา
เพื่อแสวงหาอนาคตใหม่ เหมือนหนีเสือปะจระเข้ ทั้งโดนนายหน้าหักเงินรายเดือน แต่นี่เป็นภาระที่แรงงาน
ต้องรับผิดชอบเอง แต่ในมุมของนายจ้างหรือผู้ประกอบการก็มีค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็นเช่นเดียวกัน หรือที่
เรียกว่าเงินใต้โต๊ะนั่นเอง

ยกตัวอย่าง คือ ถ้าต้องการจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย จะต้องผ่านด่านหน่วยงานของรัฐมากมายถึง
7– 8 ด่านอาทิ กระทรวงแรงงาน ตำรวจท้องที่ ตำรวจกองปราบปราม ตรวจคนเข้าเมือง หน่วยงานสาธารณสุข
ฯลฯ เรียกได้ว่า กว่าจะได้แรงงานที่ถูกกฎหมายมาทำงานด้วยซักคน ต้องใช้เวลา 60 – 90 วัน แต่เรื่องเวลา
ไม่ใช่ปัญหา เมื่อเทียบกับเมื่อลงมือทำงานแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะขยันกันเข้ามาตรวจสอบ ในไซต์งาน
ก่อสร้าง หรือสถานที่ทำงาน เฉลี่ยก็เดือนละ 1 – 2 ครั้ง พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าไม่อยากเจอปัญหาจุกจิกพวกนี้ ก็จะ
มีค่าหมาจ่ายคนละ 100 บาทต่อเดือน

ตัวแทนผู้ประกอบการอสังหาฯ เสนอทางแก้ปัญหา 4 ข้อ หลัก ๆดังต่อไปนี้

1. เสนอจัดตั้งหน่วยงานบริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว หรือ One Stop Service เพื่อลดขั้นตอนให้การขึ้นทะเบียน
ไม่เกิน 30 วัน
2. ลดค่าใช้จ่ายในการขึ้นทะเบียน ให้เหลือ คนละไม่เกิน 5,000 บาท เพื่อจูงใจให้แรงงานเข้าระบบมากขึ้น
3. ปลดล็อคปัญหาให้สามารถ ทำงานข้ามเขตได้ เพื่อสะท้อนสภาพปัญหาที่แท้จริง เนื่องจากไซต์ก่อสร้างมี
เหตุผลในการเปลี่ยนสถานที่ทำงานตามโครงการที่จะก่อสร้าง ซึ่งเป็นเหตุผลที่สามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้
ชัดเจน
4. ภาครัฐควรจะถือโอกาสจัดระเบียบอีกครั้ง ด้วยการเปิดให้มีการขึ้นทะเบียนแรงงานให้ถูกกฎหมาย




เครดิตภาพและข้อมูลบางส่วน: : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 



ไม่มีภาพประกอบ M3idea: 13th November 2019 - 05:08 AM